BRI ตอกย้ำศักยภาพ ทริสเรทติ้ง จัดอันดับเครดิตองค์กรที่ ‘BBB’ แนวโน้ม ‘Stable’ หรือ คงที่

Date

BRI ตอกย้ำศักยภาพ ทริสเรทติ้ง จัดอันดับเครดิตองค์กรที่ ‘BBB’ แนวโน้ม ‘Stable’ มั่นใจความแข็งแกร่งทางการเงิน พร้อมเดินหน้าธุรกิจตามแผน

“บริทาเนีย” หรือ BRI ปลื้ม ทริสเรทติ้ง จัดอันดับเครดิตองค์กรครั้งแรกที่ ‘BBB’ แนวโน้ม ‘Stable’ ตอกย้ำความโดดเด่นของแบรนด์ ศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบหนุนโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินที่มีต้นทุนต่ำ มั่นใจฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง สามารถรักษาผลการดำเนินงานที่ดีรวมทั้งยังรักษาอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนให้ต่ำกว่าระดับ 60% ได้

นางศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI
เปิดเผยว่า บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ซึ่งเป็นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำ ได้จัดอันดับเครดิตองค์กรของ BRI ที่ระดับ BBB แนวโน้มอันดับเครดิต Stable หรือ คงที่ สะท้อนถึงการพัฒนาแบรนด์บริทาเนียและโครงการอสังหาริมทรัพย์แนวราบให้เป็นที่โดดเด่นและเป็นที่ยอมรับมากขึ้น อีกทั้งผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่องจากการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แนวราบ โดยมีแบรนด์โครงการที่หลากหลาย ได้แก่ ไบรตัน บริทาเนีย แกรนด์บริทาเนีย และเบลกราเวีย ครอบคลุมทุกเซกเมนต์และตอบโจทย์ความต้องการซื้อที่หลากหลายของผู้อยู่อาศัย

ทั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของบริษัทฯ ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อองค์กร หลังจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งอันดับที่ได้รับการประเมินดังกล่าวเป็นที่น่าพอใจ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของ BRI ซึ่งเป็นบริษัท Flagship หรือเรือธงในการพัฒนาโครงการอสังหาฯ แนวราบ และเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยเสริมความสมบูรณ์ให้แก่ บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ หรือ ORI ซึ่งเป็นบริษัทแม่

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BRI กล่าวต่อว่า แม้ภาพรวมธุรกิจอสังหาฯ ช่วงที่ผ่านมามีความท้าทายหลายด้านจากปัจจัยต่างๆ เช่น ระดับหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น, อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว, การฟื้นตัวของเศรษฐกิจแบบค่อยเป็นค่อยไปที่อาจมีผลต่อกำลังซื้อที่อยู่อาศัยของประชาชน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้ง ประเมินว่าจะส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ เพียงเล็กน้อยและเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น โดยบริษัทฯ มุ่งเน้นการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพภายใต้การวางแผนธุรกิจอย่างรัดกุม ส่งผลให้สามารถรับมือกับผลกระทบต่างๆ ได้ในระดับที่น่าพอใจ

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มี EBITDA margin หรืออัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย อยู่ในระดับที่สูงถึง 27% (ณ สิ้นไตรมาส 1/2565) อีกทั้งยังสามารถรักษาอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนให้ต่ำกว่าที่ระดับ 60% และยังดำรงตามนโยบายการรักษาอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 2.5 เท่า ในช่วง 3 ปีข้างหน้าได้อย่างแน่นอน จะส่งผลดีต่อบริษัทฯ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินที่มีต้นทุนต่ำเพื่อนำมาเสริมศักยภาพและความพร้อมในดำเนินธุรกิจให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

ขณะที่แผนการดำเนินงานครึ่งปีหลังจะรุกเปิดตัวโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง จากแผนยุทธศาสตร์หลัก “BRATANIA Growth Together เติบโตต่อเนื่องไปด้วยกัน” ภายใต้กลยุทธ์การร่วมทุนกับพาร์ทเนอร์ ความร่วมมือกับพันธมิตรในด้านต่างๆ การแชร์องค์ความรู้แก่ซัพพลายเออร์และพัฒนาศักยภาพพนักงานเพื่อเติบโตไปด้วยกัน รวมถึงให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการส่งเสริมการให้นวัตกรรมพลังงานสะอาดเพื่อสร้างสังคมการอยู่อาศัยแบบ Zero Carbon เพื่อประโยชน์ต่อองค์กร ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกมิติ

More
articles