‘บริทาเนีย’ เปิดยุทธศาสตร์ปี 2022 ‘Growth Together’ รุกเปิด 12 โครงการใหม่ ขยายทำเลสู่ภาคอีสาน – ตะวันออก – กลาง ผนึกพันธมิตรตอกย้ำผู้นำเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัย ตั้งเป้ารับรู้รายได้ 7,250 ล้านบาท

Date

บมจ.บริทาเนีย หรือ BRI ประกาศแผนยุทธศาสตร์ปี 2022 ภายใต้คอนเซปต์ ‘Growth Together’ ร่วมเติบโตไปด้วยกันทุกภาคส่วน ทั้งการขยายทำเลสู่จังหวัดหัวเมืองที่มีศักยภาพ ร่วมทุนขยายธุรกิจ ผนึกพันธมิตรตอกย้ำ ‘ผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัย’ นำร่องติดตั้งระบบพลังงานทางเลือกในพื้นที่ส่วนกลางของบ้านแบรนด์แกรนด์ บริทาเนีย ชูจุดเด่นแบบบ้านรุ่นใหม่ตอบสนองการใช้ชีวิตในบ้านมากขึ้น ดีไซน์พื้นที่ร่วมกันของสมาชิก ห้องนอนที่กว้างขึ้นและรองรับผู้สูงอายุ รุกเปิดโครงการใหม่เพิ่มเป็น 12 โปรเจกต์ ตั้งเป้ายอดขาย (พรีเซล) ปีนี้ 11,000 ล้านบาท และรับรู้รายได้ 7,250 ล้านบาท

นางศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI
เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบในปี 2565 คาดว่าจะเป็นปีแห่งการฟื้นตัวและเติบโตได้ดี เนื่องจากเริ่มเห็นสัญญาณบวกในช่วงปลายปีที่ผ่านมา หลังจากรัฐบาลเริ่มเปิดประเทศ การผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ การกระจายวัคซีนที่ทำได้อย่างรวดเร็ว ประกอบกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ผ่อนปรนหลักเกณฑ์กำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัย (มาตรการ LTV) เป็นการชั่วคราว สามารถปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยรวมกับสินเชื่อที่เกี่ยวเนื่องได้ 100% ของมูลค่าหลักประกัน ส่งผลดีต่อการกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์และความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตลาดบ้านแนวราบ ตลอดจนแนวโน้ม GDP ปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโต 3 – 4% คาดว่าจะเห็นการพัฒนาโครงการกระจายตัวสู่พื้นที่รอบนอกของกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น จากการทยอยเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายใหม่ การขยายโครงข่ายคมนาคมเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่ภูมิภาคได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการมองเห็นโอกาสขยายทำเลเปิดโครงการใหม่ในจังหวัดหัวเมือง

แผนยุทธศาสตร์บริษัทฯ ปี 2565 จะมุ่งดำเนินธุรกิจภายใต้คอนเซปต์ ‘Growth Together’ ทั้งการขยายตลาดสู่ทำเลใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะในจังหวัดภูมิภาคทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกและภาคกลางที่มีศักยภาพเติบโตสูง การร่วมทุนกับพันธมิตร (JV) การปรับตัวสู่ดิจิทัล แพลตฟอร์ม การพัฒนาระบบนิเวศน์ (Eco System) การให้คำแนะนำและสนับสนุน (Coaching & Support) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพให้กับทุกภาคส่วน ทั้งลูกค้า พันธมิตร พาร์ทเนอร์และพนักงานของบริษัทฯ ส่งต่อองค์ความรู้ที่จะเพิ่มศักยภาพและปรับตัวรับยุค Next Normal เพื่อร่วมมือกับทุกภาคส่วนเติบโตอย่างมั่นคง

“เราจะร่วมมือกับพันธมิตรตอกย้ำ ‘ผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัย’ โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาปรับใช้เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต โดยการนำพลังงานทางเลือกเข้ามาใช้เพิ่มเติม ได้แก่ การพัฒนา Solar Roof Top (แผงหลังคาโซลาร์เซลล์) และ EV Charger (สถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า) จะเริ่มนำร่องทดลองใช้พื้นที่ส่วนกลาง อาคารสโมสร ของบ้านภายใต้แบรนด์ ‘แกรนด์ บริทาเนีย’ เพื่อดูผลตอบรับก่อนขยายการติดตั้งไปยังพื้นที่หรือบ้านในแบรนด์อื่นๆ นอกจากนี้บริษัทฯ มีนโยบายการบริการหลังการขายแก่ลูกบ้านตลอดช่วงอายุการพักอาศัย (Long-Life Living After Sale Service) ครอบคลุมทั้งภายในและหลังระยะเวลาประกัน เช่น รับประกันคุณภาพโครงสร้างบ้าน 5 ปีนับจากวันที่โอนกรรมสิทธิ์, ให้คำปรึกษาและอำนวยความสะดวกการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน, การแจ้งซ่อมและติดตามสถานะผ่าน Mobile Application Britania Connect” นางศุภลักษณ์ กล่าว

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวต่อว่า ปัจจุบันบริษัทฯ มีบ้านแนวราบที่อยู่ระหว่างการขายทั้งสิ้น 20 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 22,250 ล้านบาท ส่วนในปี 2565 ได้วางแผนเชิงรุกเปิดตัวที่อยู่อาศัยแนวราบเพิ่มเป็น 12 โครงการมูลค่าโครงการรวม 13,400 ล้านบาท จากเดิมจะเปิดตัว 9 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 10,800 ล้านบาท ด้วยการรุกพัฒนาโครงการในจังหวัดหัวเมืองเพิ่มขึ้น เน้นจังหวัดที่มีศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ จำนวนประชากรและความต้องการที่อยู่อาศัย เพื่อยกระดับการใช้ชีวิตแก่คนในพื้นที่ ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของบริษัทฯ ที่เปิดโครงการพื้นที่ดังกล่าว ภาคตะวันออกและภาคกลาง โดย 12 โครงการใหม่ที่จะเปิดตัวในปีนี้จะอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล 6 โครงการ และต่างจังหวัด 6 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการบริทาเนีย ราชพฤกษ์ – นครอินทร์ 2. บริทาเนีย โฮม บางนา กม.17 3. บริทาเนีย ทาวน์ บางนา กม.17 4. แกรนด์บริทาเนีย บางนา กม.35 5. บริทาเนีย อมตะ-พานทอง 6. แกรนด์บริทาเนีย คูคต 7. บริทาเนีย อุดร-ดุษฎี 8. บริทาเนีย ระยอง 9. บริทาเนีย
วงแหวน-ปิ่นเกล้า 10. บริทาเนีย ขอนแก่น 11. บริทาเนีย โฮม อยุธยา และ 12. บริทาเนีย ทาวน์ อยุธยา

จากแผนพัฒนาโครงการดังกล่าว บริษัทฯ วางเป้าหมายยอดขาย (พรีเซล) ในปี 2565 ที่ 11,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 30% จากปีก่อนที่มียอดขาย 8,300 ล้านบาท และวางเป้าหมายยอดรับรู้รายได้ 7,250 ล้านบาท โดยมียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ ณ สิ้นปี 2564 แล้ว 1,204 ล้านบาท จึงมั่นใจว่าแผนยุทธศาสตร์จะเติบโตแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ได้วางแผนล่วงหน้าเพื่อรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เช่น การเจรจาล็อกราคาวัสดุก่อสร้างกับพันธมิตร, เพิ่มประสิทธิภาพบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เป็นต้น เพื่อลดผลกระทบจากการปรับราคาที่อยู่อาศัย

นายสุรินทร์ สหชาติโภคานันท์ ประธานอำนวยการ บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI กล่าวว่า ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับเทรนด์ความยั่งยืน ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จึงต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองเทรนด์ดังกล่าว โดยเฉพาะในช่วงที่ยังมีการระบาดของ COVID-19 ทำให้ผู้บริโภคใช้เวลาอยู่บ้านเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบ้านแนวราบที่มีความปลอดภัย สุขอนามัยที่ดี ใช้ชีวิตสะดวกสบาย ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย นอกจากนี้ยังต้องออกแบบและนำเสนอนวัตกรรมรองรับการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุภายใต้แนวคิด Universal Design เพื่อให้คนทุกวัยสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างลงตัว เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป 20% ของประชากรทั้งหมด ถือว่าเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์แล้วในปีนี้

ทั้งนี้ การพัฒนาแบบบ้านใหม่ในปี 2022 บริษัทฯ ได้ศึกษาวิเคราะห์ความต้องของผู้อยู่อาศัย (Human Centric) และนำมาพัฒนาแบบบ้านรุ่นใหม่ที่ตอบสนองการใช้พื้นที่ร่วมกันของสมาชิก ทำให้เกิดพื้นที่เปิดโล่งและต่อเชื่อมกัน (Open Space Plan) โดยออกแบบพื้นที่บริเวณหน้าบ้านซึ่งเชื่อมต่อกับพื้นที่สวนหน้าบ้าน (Pocket Garden) สามารถตกแต่งเป็นห้องนอนที่ 4 รองรับผู้สูงอายุ หรือปรับเป็นห้องทำงาน ส่วนห้องนอนชั้น 2 ทุกห้องจะมีความกว้างไม่ต่ำกว่า 3 เมตร เพื่อขยายพื้นที่ให้กว้างขึ้น แต่ยังคงเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในแบบฉบับ ‘บ้านบริทาเนีย’ เน้นการออกแบบทรงหน้าจั่ว English Gable เพื่อให้เกิดภาพจำและเสริมความโมเดิร์นรองรับความเป็นคนรุ่นใหม่

ล่าสุด บริษัทฯ ได้จัดแคมเปญ ‘Britania ขาลรับความสุข ปีใหม่ บ้านใหม่’ บ้านและทาวน์โฮมพร้อมอยู่ 12 ทำเล ให้เริ่มต้นใช้ชีวิตในแบบที่รัก ให้กับลูกค้าที่สนใจบ้านบริทาเนียหรืออยู่ในการตัดสินใจได้มีตัวเลือกให้การซื้อบ้านมากขึ้น

More
articles